ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว
(Privacy Notice)
บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด
1. หลักการและเหตุผล
เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง และให้หมายความรวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด (“บริษัท”) จึงจัดทำประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ของบริษัท (“ประกาศฯ”) ฉบับนี้ขึ้น เพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัท ปฏิบัติต่อข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรืออาจจะระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) เช่น วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือ การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม อาทิ การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การเรียกคืน การส่ง โอน การเผยแพร่หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใด ๆ การจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัดหรือการห้ามเข้าถึง การโอน การลบหรือการทำลาย (“ประมวลผล”) และเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวัตถุประสงค์ในการประมวลผล ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัท ขอแนะนำให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ภายใต้ประกาศฯ ฉบับนี้
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
2.2 เพื่อเป็นช่องทางการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวิธีการที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
3. นิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล”หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ และให้หมายความรวมถึง ข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ เป็นการเฉพาะ ได้แก่ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 ช่องทางการเก็บรวบรวม บริษัท จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากหลาย ๆ ช่องทาง ซึ่งอาจรวมถึงช่องทางโดยตรง (เช่น อีเมล สื่อสังคมออนไลน์ Facebook, Instagram, Twitter, YouTube หรือ LINE) เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของบริษัท ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทรศัพท์ ไปรษณีย์ อีเว้นท์ หรืองานสัมมนา แบบสอบถาม นามบัตร หรือเมื่อบริษัทไปพบท่าน หรือเมื่อท่านทำธุรกิจกับบริษัท หรือลงนามในสัญญาหรือกรอกแบบฟอร์มเมื่อท่านมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท การเจรจาทางธุรกิจ การสมัครงานหรือรับจ้าง หรือจากแหล่งข้อมูลในระบบ ระบบไดรฟ์กลาง/ฐานข้อมูลกลางของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจหรือผู้ให้บริการที่ท่านทำงานให้หรือดำเนินการแทนหรือเป็นตัวแทน หรือจากแหล่งอื่น (เช่น คู่ค้า / พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการภายนอก แหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือหน่วยงานภาครัฐ) ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท
4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ
– ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้า เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด ข้อมูลจากเอกสารราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หมายเลขทะเบียนบ้าน) ลายมือชื่อ(รวมถึงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) ข้อมูลหรือสำเนาเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง วีซ่า ทะเบียนบ้าน เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส บัตรข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ บัตรคนต่างด้าว ใบอนุญาตทำงาน ทะเบียนรถยนต์ ใบอนุญาตขับขี่ โฉนดที่ดินหรือเอกสารสำคัญแสดงสิทธิตามกฎหมาย และข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่อาจปรากฏบนเอกสารประจำตัว เช่น ศาสนา ความพิการ เป็นต้น
– ข้อมูลที่อยู่ติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่ ที่อยู่อีเมล สถานประกอบการ รหัสไปรษณีย์ ข้อมูลบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย เช่น LINE ID หรือ Facebook และข้อมูลอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
– ข้อมูลการทำงาน และการประกอบกิจการ เช่น อาชีพ ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน บริษัทต้นสังกัด การเป็นกรรมการบริษัท / นิติบุคคล ทั้งนี้ สำหรับ ผู้สมัครงานหรือพนักงานของบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงานและการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติการฝึกอบรม ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูลภาษีอากร เงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ข้อมูลการประเมินผลการปฏิบัติงาน และข้อมูลอื่นใดที่จำเป็นต่อการพิจารณาการจ้างงาน การบริหารสัญญาจ้าง และการบริหารงานบุคคลฯ เป็นต้น
– ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลสถานะทางการเงิน เงินเดือน รายได้ บัญชีธนาคาร ข้อมูลการชำระเงินและวิธีการ ข้อมูลการผิดนัดชำระหนี้ เป็นต้น
– ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับท่าน เช่น ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับท่านในฐานะคู่ค้า ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้รับจ้าง ผู้สมัครงาน กรรมการบริษัท เป็นต้น ช่น ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัทตามที่ปรากฎในสัญญา แบบฟอร์ม หรือแบบสำรวจ ข้อมูลทางธุรกรรมที่ท่านทำกับบริษัท (เช่น เมื่อทำสัญญาออกแบบโครงการ หรือสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ สัญญาจ้างผลิตสินค้าหรือสัญญาจ้างบริการ สัญญาให้บริการหลังการขาย เอกสารยื่นประกวดราคาหรือประมูลงานต่าง ๆ) บันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลรายการซื้อกับบุคคลที่เกี่ยวโยง/บุคคลภายนอก ประเภทสินค้า ประเภทงบประมาณ งบประมาณเบิกจ่าย รายละเอียดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง วันที้ซื้อสินค้า/บริการ จำนวนเงินค่าสินค้าบริการ จำนวนรายการที่เบิก งบประมาณเลขที่สำนักงานใหญ่ เลขที่เอกสาร ชื่อโครงการ บริษัทที่ขึ้นทะเบียน กลุ่มเจ้าหนี้ สาขา พื้นที่ และเงื่อนไขการชำระเงิน บันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์ เช่น (ไอพีแอดเดรส หรือคุกกี้) ข้อมูลการตรวจสอบสถานะของผู้จำหน่ายและผู้ให้บริการ รวมถึง ข้อมูลตามเอกสารข้อกำหนดหรือขอบเขตการประกวดราคา/ประมูลงาน/จัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลตามรายงานการมีส่วนได้เสีย ข้อมูลแจ้งเหตุ ข้อมูลการดำเนินคดี รายละเอียดตามเอกสารการเสนอราคาตามโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลรายงานการประเมินผู้ขาย/ผู้ให้บริการประจำปี ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด บันทึกการโต้ตอบและการสื่อสาร ช่องทางที่ประสงค์รับสื่อ รายละเอียดข้อร้องเรียน ข้อมูลการทำการตลาด สถานะการเป็นคู่สัญญาหรือคู่ความ ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ เช่น ข้อมูลการใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายที่สำนักงานนิติบุคคล (WiFi ที่ Co-Working Space) คุกกี้ที่ระบุตัวตน ข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เป็นต้น
4.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัท (เช่น กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทต้นสังกัดของท่าน ผู้ร่วมกิจกรรม บุคคลใกล้ชิด บุคคลในครอบครัว บุคคลอ้างอิง ผู้ติดต่อฉุกเฉิน ) ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโบยายฯ ฉบับนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวทราบถึงการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ การโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล; ขอความยินยอม หรือมีฐานทางกฎหมายอื่นในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ การโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าว และ ดำเนินการให้บริษัท สามารถเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้ตามกฎหมาย
4.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถ บริษัท ไม่มีความตั้งใจที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัท ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมและผู้เยาว์ไม่สามารถให้ความยินยอมด้วยตนเองตามกฎหมายได้) ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลก่อน (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ หากบริษัท ทราบว่าบริษัท ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) โดยมิได้เจตนา บริษัท จะดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นโดยเร็วเท่าที่จะปฏิบัติได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัท จะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายพร้อมฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่สามารถให้บริษัท สามารถเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้
การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท อาจส่งผลกระทบต่อท่าน กล่าวคือ บริษัท ไม่อาจดำเนินการตามที่ท่านร้องขอหรือตามสัญญาได้ โดยบริษัท อาจไม่สามารถเสนอสินค้าหรือบริการของบริษัทได้ ท่านอาจไม่ได้รับความสะดวก หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญา
5. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น หรือมีกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการเท่านั้น ทั้งนี้ เว้นเฉพาะกรณีที่บริษัท ระบุไว้ว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะอาศัยความยินยอมจากท่าน บริษัท จะอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นประกอบการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีดังต่อไปนี้ (1) ฐานสัญญา (2) ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (4) ฐานภารกิจของรัฐ (5) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (6) ฐานจดหมายเหตุ / วิจัย / สถิติ และ/หรือ (7) ฐานอื่นที่บริษัท สามารถอาศัยได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์บางประเภทดังต่อไปนี้อาจใช้บังคับกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลบางรายและอาจไม่ใช้บังคับกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลบางราย โปรดพิจารณาลักษณะวัตถุประสงค์ตามความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัท
5.1 วัตถุประสงค์ที่ต้องอาศัยความยินยอม วัตถุประสงค์ รายละเอียด เพื่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ข้อมูลละเอียดอ่อนที่ปรากฏบนเอกสารประจำตัว เช่น ศาสนา – ไม่ได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ความพิการ – เพื่อออกแบบและเสนอขายผลิตภัณฑ์บางประเภท เพื่อการสื่อสารทางการตลาด เช่น การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของพันธมิตรทางธุรกิจในกรณีที่ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือต่อเมื่อกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้
5.2 วัตถุประสงค์อื่น ที่อาจอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ เช่น การติดต่อสื่อสารกับ ลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับสินค้า บริการ และโครงการต่าง ๆ ของบริษัท หรือ ลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านการส่งเอกสาร การตอบคำถาม การตอบกลับคำขอหรือการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ)
- การเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การประเมินความเหมาะสมและคุณสมบัติของคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ การยืนยันตัวตนของท่านและสถานะการเป็นคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ การตรวจสอบสถานะกิจการ หรือการตรวจสอบประวัติในรูปแบบอื่น ๆ หรือการประเมินความเสี่ยงสำหรับ คู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ (รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และ/หรือ จากบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของบริษัท) การออกคำขอเสนอราคาและประมูลราคา การเข้าทำสัญญากับ คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ การประเมินการบริหารงานของ คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ
- การจัดการข้อมูลของลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การสร้างบัญชีลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ การบันทึกข้อมูลลงในระบบ การรักษาและการปรับปรุงรายการ/สารบบของลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ (ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน) การเก็บและบริหารจัดการสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่อาจมีชื่อของท่านอยู่
- การบริหารจัดการความสัมพันธ์ เช่น การวางแผน การดำเนินการ และการบริหารจัดการความสัมพันธ์และสิทธิทางสัญญากับลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ หรือการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ การประมวลผลการชำระเงิน การทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชี การตรวจสอบบัญชี การออกใบเรียกเก็บเงิน และการเก็บเงิน การจัดการให้มีการขนส่งและจัดส่ง การให้บริการสนับสนุน
- การวิเคราะห์ธุรกิจและการปรับปรุงธุรกิจ เช่น การทำวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมิน การสำรวจ และการทำรายงานเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทและผลการดำเนินงานของท่านหรือของลูกค้า คู่ค้า การพัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดและสินค้าและบริการ
- ระบบและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและฝ่ายช่วยเหลือ บริหารจัดการการเข้าถึงระบบใด ๆ ที่บริษัทได้มอบสิทธิในการเข้าถึงให้แก่ท่าน การลบบัญชีที่ไม่มีการใช้งาน การใช้มาตรการควบคุมทางธุรกิจเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ และเพื่อให้บริษัทสามารถระบุและแก้ไขปัญหาในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทและเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบของบริษัททำการพัฒนา ปรับใช้ ดำเนินการ และดูแลรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
- การตรวจสอบดูแลระบบและความมั่นคงปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตนและการควบคุมการเข้าถึงตามที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบดูแลระบบ อุปกรณ์ และอินเทอร์เน็ต การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม รวมถึงการจัดการความเสี่ยงและการป้องกันการฉ้อโกง การรายงานอุบัติเหตุ
- การจัดการกับข้อพิพาท เช่น การยุติข้อพิพาท การบังคับใช้สัญญา การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การก่อตั้ง การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมถึงการมอบอำนาจ
- การบริหารจัดการและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กร รวมถึง การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางธุรกิจที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงิน การจัดการภายใน การฝึกอบรม การตรวจสอบ การรายงาน การส่งหรือจัดการเอกสาร การประมวลผลข้อมูล การควบคุม หรือการจัดการความเสี่ยง การวิเคราะห์และการวางแผนทางสถิติและแนวโน้มต่าง ๆ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงหรือเกี่ยวข้องกัน
- การปฏิบัติตามนโยบายภายในและกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมถึงข้อบังคับ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติต่างๆ (เช่น เพื่อขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายกำหนด) และการประสานงานหรือการติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาล ศาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) รวมถึงการสืบสวน การร้องเรียน และ/หรือ การป้องกันอาชญากรรมหรือการฉ้อโกง
- วัตถุประสงค์ทางการตลาด เช่น แจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับข่าวสารและข้อมูลเผยแพร่ที่อาจมีประโยชน์ รวมถึงกิจกรรม เสนอบริการใหม่ๆ เจรจาต่อรองราคาสินค้าและบริการ และทำผลการสำรวจ รวมถึงเพื่อวิเคราะห์และพิจารณาในการสนับสนุนทางการเงิน (เช่น การให้สินเชื่อ) แก่ท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ
- กรณีที่ท่านเป็นพนักงาน ผู้สมัครงาน กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ เพื่อการสรรหา คัดเลือก แต่งตั้ง ทำสัญญาจ้าง การแต่งตั้งกรรมการ หรือการเข้าดำรงตำแหน่ง เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การจ่ายค่าตอบแทน เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ภาษี และสิทธิประโยชน์อื่นใด เพื่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน การพัฒนา การฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง หรือการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) เพื่อการกำกับดูแลกิจการ การประชุมคณะกรรมการ การจัดทำรายงาน การเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย หรือการดำเนินการตามหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหาร เพื่อการบริหารจัดการสิทธิการเข้าถึงระบบ ทรัพย์สิน และสถานที่ของบริษัท รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการปฏิบัติตามนโยบายภายใน ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมถึงการตรวจสอบภายใน การสอบสวนข้อร้องเรียน หรือการดำเนินการทางวินัย เพื่อการก่อตั้ง ใช้ หรือป้องกันสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การดำเนินคดี หรือการระงับข้อพิพาท เพื่อการติดต่อสื่อสารภายในองค์กร การจัดกิจกรรมของบริษัท และการบริหารจัดการองค์กรโดยรวม
- เพื่อจัดให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร
หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด หรือเพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทมีกับท่าน แต่ท่านไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทเมื่อบริษัทร้องขอ บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้นได้
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากท่านในการดำเนินกิจกรรมที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านในเรื่องดังกล่าวเป็นรายกรณีไป
6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้ ซึ่งจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ทั้งนี้ บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ ท่านสามารถดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกดังกล่าวเพื่อจะได้ทราบเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร เนื่องจากท่านจะอยู่ใต้บังคับนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย
6.1 บริษัทในกลุ่มพฤกษาโฮลดิ้ง
ในฐานะที่บริษัท เป็นบริษัทในกลุ่มพฤกษาโฮลดิ้ง ซึ่งบริษัททั้งหมดอาจต้องทำงานร่วมกัน เช่น บริษัท อาจมีการมอบหมายหรือแนะนำท่านแก่บริษัทในกลุ่มพฤกษาโฮลดิ้ง หรืออาจมีการใช้ระบบบางส่วนร่วมกัน อาทิ ระบบการให้บริการ ระบบที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ และ/หรือฐานข้อมูลบริษัท จึงอาจจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บริษัทอื่นในกลุ่มพฤกษาโฮลดิ้ง หรืออนุญาตให้บริษัทในกลุ่มพฤกษาโฮลดิ้ง ดังกล่าวเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ทั้งนี้ บริษัทอื่นในกลุ่มพฤกษา สามารถอาศัยความยินยอมที่บริษัท ได้รับมาจากท่านได้ด้วยเช่นกัน โปรดดูรายชื่อบริษัทในกลุ่มพฤกษาโฮลดิ้ง ได้ที่ https://www.psh.co.th/th
6.2 ผู้ให้บริการของบริษัท
บริษัท อาจใช้บริการจากบริษัทอื่น ตัวแทน หรือผู้ให้บริการ เพื่อให้บริการแทนบริษัท หรือช่วยบริษัท ในการดำเนินธุรกิจกับท่าน โดยบริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้ให้บริการเว็บไซต์ (2) ผู้ให้บริการด้านการทำการตลาด สื่อโฆษณา ออกแบบ สร้างสรรค์งานโฆษณา และด้านการสื่อสาร (3) โรงพยาบาล (4) ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล และผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (5) ธนาคาร และสถาบันการเงิน (6) บริษัทประกันภัย บริษัทประกันภัยต่อ นายหน้าประกันภัย ตัวแทนประกันภัย ผู้ประเมินวินาศภัย และผู้สำรวจภัย (7) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและระบบชำระเงิน (11) ผู้ให้บริการด้านการดำเนินงานภายในซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และ (12) ผู้ให้บริการจัดทำผลสำรวจ
6.3 พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท
บริษัท อาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจและให้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง คู่ค้า เจ้าของโครงการ คู่สัญญา บริษัทหลักทรัพย์ ร้านค้า ผู้รับเหมาก่อสร้าง คู่ค้าสำหรับกิจการร่วมค้า บริษัทต่าง ๆ ที่บริษัท เข้าไปลงทุน พันธมิตรที่ใช้แบรนด์ร่วมกัน และบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัท ทำการตลาดหรือส่งเสริมการขายร่วมด้วย ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินธุรกิจและให้บริการของบริษัท ตราบเท่าที่พันธมิตรทางธุรกิจที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นตกลงที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
6.4 บุคคลภายนอกที่กฎหมายกำหนดไว้
ในบางกรณี บริษัท อาจจำเป็นต้องเปิดเผย หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อการปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ โดยบุคคลภายนอกเหล่านั้นอาจรวมถึงหน่วยงานของรัฐ ศาล หน่วยงานกำกับดูแล สถานทูตและกงศุล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลภายนอกรายอื่นที่บริษัท เห็นว่าจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามระเบียบข้อบังคับ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลภายนอก ความปลอดภัยส่วนตัวของบุคคล หรือเพื่อตรวจหา ป้องกัน หรือจัดการกับการฉ้อโกง หรือเพื่อการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัย
6.5 ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ บริษัท อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัท โดยอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ที่ปรึกษาอิสระ (2) ที่ปรึกษากฎหมายซึ่งให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และให้บริการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คดีหรือฟ้องร้องคดี (3) ที่ปรึกษาภายนอก (4) ที่ปรึกษาโครงการ (5) ที่ปรึกษาทางการเงิน และ (6) ผู้สอบบัญชีซึ่งให้บริการด้านบัญชี หรือตรวจสอบบัญชีแก่บริษัท
6.6 ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโอนกิจการ
ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร ฟื้นฟูกิจการ ควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด การซื้อขาย กิจการร่วมค้า การโอนสิทธิ การโอนหรือจำหน่ายธุรกิจ ทรัพย์สิน หรือหุ้นบางส่วนหรือทั้งหมดของบริษัท หรือธุรกรรมอื่นใดในทำนองเดียวกัน บริษัท อาจมีการเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้โอน หรือผู้รับโอน ในกรณีที่เหตุดังกล่าวขึ้น บริษัท จะดำเนินการให้บุคคลภายนอกในฐานะผู้รับโอนสิทธิมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัท ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศฯ ฉบับนี้เป็นระยะ ๆ
7. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ
บริษัท อาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งประเทศปลายทางอาจมีหรืออาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เท่าเทียมกัน เช่น เมื่อบริษัท เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนแพลตฟอร์มคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย หรือเพื่อใช้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทั้งนี้ บริษัท จะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดำเนินไปอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นชอบด้วยกฎหมายตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น
8. บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าใด
บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่บริษัท ได้รับข้อมูลมาและเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยระยะเวลาที่บริษัท จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทอาจต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด
9. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนดังต่อไปนี้
1) การเข้าถึง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผย ทั้งนี้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท อาจขอให้มีการพิสูจน์ตัวตนก่อนจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ร้องขอ
2) การแก้ไขให้ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้บริษัท ดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัท ได้เก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผย ซึ่งไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน
3) การโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่บริษัท มีเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่มีการจัดระเบียบแล้วและสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยต้องเป็น (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้กับบริษัท และ (ข) กรณีที่บริษัท ได้รับความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัท มีกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4) การคัดค้าน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
5) การระงับการใช้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ถูกต้อง การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยบริษัท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหมดความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์บางประการ
6)การถอนความยินยอม สำหรับวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมแก่บริษัท ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้
7) การลบหรือทำลาย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิขอให้บริษัท ดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้และ/หรือเปิดเผย เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นเสียแต่ว่า การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของบริษัท นั้นเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อการใช้ หรือการปกป้องสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ
8)การร้องเรียน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้
ทั้งนี้ อาจมีกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจำกัดการใช้สิทธิใด ๆ ข้างต้น หรืออาจมีบางกรณีที่บริษัทสามารถปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามสมควรและโดยชอบ เช่น ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล โดยหากบริษัทปฏิเสธคำขอของท่านด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ
หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัท เป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม หากท่านมีข้อร้องเรียนใด ๆ โปรดติดต่อบริษัท เป็นลำดับแรกก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โอกาสบริษัท ในการดำเนินการแก้ไขตามข้อร้องเรียนของท่านอย่างเหมาะสม
10. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
เพื่อเป็นวิธีในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบริษัท ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ได้จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท ยังได้วางมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัท ยังได้วางมาตรการสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้
บริษัท อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราวหากมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอันเนื่องมาจากเหตุผลต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย โดยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อบริษัท เผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับแก้ไขบนเว็ปไซต์
12. ติดต่อบริษัท
หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและกิจกรรมของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ตามรายละเอียดด้านล่าง โดยบริษัท ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือท่าน ให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และแก้ไขข้อร้องเรียนต่าง ๆ
12.1 บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด
– โทรศัพท์ 02-107-2356
– เลขที่ 69/5 หมู่ 11 ถ. พหลโยธิน ต. คลองหนึ่ง อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12120
12.2 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer / DPO
– เลขที่ 1177 ถ. พหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
– โทรศัพท์ 02-080-1739
– Email: dpo-office@pruksa.com