CarbonCure คืออะไร? เทคโนโลยีสีเขียวที่ Inno Precast นำมาใช้รายแรกในไทย

รู้จัก CarbonCure เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอนในคอนกรีตที่ Inno Precast นำมาใช้เป็นรายแรกในไทย ลดการปล่อย CO2 โดยไม่ลดทอนความแข็งแรง

CarbonCure คืออะไร?

ในยุคที่อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลกเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คำถามที่หลายคนสงสัยคือ CarbonCure คืออะไร และทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมคอนกรีตสีเขียว บทความนี้พาไปทำความรู้จักเทคโนโลยี CarbonCure และเหตุผลที่ Inno Precast เลือกนำมาใช้เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมพรีคาสท์ของไทย

CarbonCure เทคโนโลยีลดคาร์บอนในคอนกรีต ทำงานอย่างไร

CarbonCure เป็นเทคโนโลยีจากประเทศแคนาดา ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ผ่านการดักจับแล้วเข้าไปในเนื้อคอนกรีตระหว่างขั้นตอนการผสม เมื่อ CO2 สัมผัสกับส่วนผสมคอนกรีต จะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่า Carbon Mineralization ทำให้ CO2 เปลี่ยนสถานะเป็นแร่คาร์บอเนตที่เสถียรและถูกกักเก็บอยู่ในเนื้อคอนกรีตอย่างถาวร ไม่มีการปล่อยกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศแม้จะทุบทำลายอาคารในอนาคต

จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือ กระบวนการ Mineralization ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการรับแรงอัดของคอนกรีต ทำให้ผู้ผลิตสามารถลดปริมาณปูนซีเมนต์ในสูตรผสมลงได้โดยไม่กระทบคุณภาพหรือความแข็งแรงของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนการผลิตและปริมาณการปล่อยคาร์บอนไปพร้อมกัน

ทำไม Inno Precast ถึงเลือกใช้ CarbonCure เป็นรายแรกในไทย

Inno Precast ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือพฤกษา โฮลดิ้ง ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมคอนกรีตไทยมานานกว่า 19 ปี ได้ลงนามความร่วมมือกับ CarbonCure เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตพรีคาสท์คาร์บอนต่ำรายแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดโรงงาน Low Carbon Precast โดยการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ช่วยให้ทีมงาน Inno Precast สามารถลดปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ลงได้ประมาณ 4-6% ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพ ความแข็งแรง และความสามารถในการทำงานของสูตรผสมมาตรฐานไว้ได้ครบถ้วน

ปัจจุบัน Inno Precast นำเทคโนโลยี CarbonCure มาประยุกต์ใช้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์พรีคาสท์ทุกรายการ ไม่ใช่เฉพาะบางไลน์การผลิต สะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนที่ฝังอยู่ในกระบวนการผลิตทั้งระบบ ไม่ใช่แค่แคมเปญการตลาดระยะสั้น

ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค

  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4,000 ตันต่อปี จากกระบวนการผลิตของ Inno Precast
  • ผลิตภัณฑ์ได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction หรือ CFR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) โดย Inno Precast เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมพรีคาสท์ไทยที่ได้รับฉลากนี้
  • คอนกรีตที่ผ่านกระบวนการ Mineralization มีความแข็งแรงในการรับแรงอัดที่ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจด้านคุณภาพให้กับผู้อยู่อาศัย
  • สอดคล้องกับเป้าหมายลดคาร์บอนของภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคก่อสร้างที่กำลังเป็นทิศทางหลักของอุตสาหกรรมทั่วโลก

มาตรฐานความปลอดภัยที่มาพร้อมความยั่งยืน

นอกเหนือจากด้านสิ่งแวดล้อม Inno Precast ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของโครงสร้าง โดยเป็นหนึ่งในสองบริษัทของไทยที่ระบบโครงสร้างพรีคาสท์ผ่านการทดสอบความสามารถในการต้านทานแผ่นดินไหวจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการลดคาร์บอนในกระบวนการผลิตไม่ได้แลกมาด้วยการลดมาตรฐานความแข็งแรงหรือความปลอดภัยของโครงสร้างแต่อย่างใด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CarbonCure และ Inno Precast

CarbonCure ทำให้คอนกรีตแข็งแรงน้อยลงหรือไม่

ไม่ทำให้แข็งแรงน้อยลง ในทางตรงกันข้าม กระบวนการ Mineralization ที่เกิดขึ้นช่วยเพิ่มความแข็งแรงในการรับแรงอัดของคอนกรีต ทำให้ผู้ผลิตสามารถลดปริมาณปูนซีเมนต์ได้โดยไม่กระทบคุณภาพโครงสร้าง

Inno Precast ใช้เทคโนโลยีนี้กับผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นหรือเฉพาะบางรุ่น

Inno Precast นำเทคโนโลยี CarbonCure มาประยุกต์ใช้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์พรีคาสท์ทุกรายการในสายการผลิต ไม่ใช่เฉพาะบางไลน์เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วย CarbonCure มีใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่

มี Inno Precast ได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFR) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมพรีคาสท์ไทยที่ได้รับการรับรองนี้

  การเลือกใช้เทคโนโลยี CarbonCure สะท้อนให้เห็นว่า Inno Precast ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนตลอดทั้งกระบวนการผลิต ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางการตลาด ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์พรีคาสท์คาร์บอนต่ำสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Inno Precast